หากพูดถึงไข้หวัด 2009 แล้ว ผมเป็นคนนึงที่ไม่รู้สึกรู้สาอะไรมากนัก ไม่ป้องกันเลย จริง ๆ นะครับ ไม่รู้สึกเมื่อเห็นข่าวคนตายเพราะไข้หวัด 2009 จนมาถึงวันหนึ่ง ราวกลางเดือนมิถุนายน ผมมีอาการไข้ขึ้นตัวร้อนและรู้สึกไม่มีแรงจึงได้ไปหาหมอที่คลินิคแต่นื่งจากเพิ่งมาอยู่ได้ไม่นานจึงทำให้ไม่รู้ว่าคลินิคอยู่ที่ไหน จนทำให้ผมต้องพาตัวเองเข้าโรงพยาบาลนนทเวช ต่อคิวนานมาก ๆ กว่าจะถึงตัวหมอได้ หมอได้ตรวจความดัน เจาะเลือด เบาหวาน กลีเซอรอย คลอเลสเทอรอล ตรวจหมดทุกอย่าง และมาบอกว่า "คุณเป็นไข้หวัด 2009 แบบกลายพันธ์" ตอนนั้นเลยผมคิดว่างานเข้าแล้วสิ จนบอกแม่อย่างไรดี จะทำอย่างไรเรื่องเรียนหนังสือ ผมตัดสินใจเก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียว เพราะถ้าบอกแม่ไป เรื่องก็คงไม่ดีแม่เองก็ไม่สบายอยู่ด้วย จะให้ขาดเรียนก็คงไม่ได้ทุกอย่างมีคะแนน เพื่อน ๆ ในกทม.ผมก็ไม่ไปเจอ โทรมาบอกจะมาหาผมก็ปัดไม่ว่างไปซะทุกครั้ง ตั้งแต่วันนั้นผมยังคงไปเรียนปกติเพียงแต่ว่านั่งเรียนห่าง ๆ เพื่อน กลับมาถึงหอพักก็นอนลูกเดียว ทุก ๆ 3 วันผมจะไปหาหมอเพื่อตรวจอาการในช่วงอาทิตย์แรกนั้นไข้ค่อนข้างทรงตัวแต่ไม่มีแรงเลยจริง ๆ แม้แต่จะอาบน้ำแต่ก็ทน ๆ มันไปจนเข้าอาทิตย์ที่ 2 ผมฉีดยาลดไข้ไป 1 เข็ม อาการทรงตัวไม่ดีขึ้นไม่ทรุดลง จนเข้าอาทิตย์ที่ 3 ผมมีอาการดีขึ้นมีแรงมากขึ้น ไข้ลดลงจนเป็นปกติ ซึ่งตัวผมเองรู้สึกโล่งอกที่ตัวเองหายเป็นปกติแล้ว และในทุก ๆ ครั้งที่มีข่าวเกี่ยวกับไข้หวัด 2009 ใน website ต่าง ๆ ผมได้เข้าไปอ่าน comment ในข่าวนั้น ๆ ผมรู้สึกว่าทำไมทุกคนต้องโทษแต่รัฐบาลไม่สามารถแก้ไขปัญหาได้ เรื่องนี้มันเป็นเรื่องที่ไม่ใช้รอรัฐบาลแต่มันเป็นเรื่องของคนทั้งประเทศถ้าคนไทยร่วมใจกันป้องกันการแพร่เชื้อจะลดลงหรือหายไปจนประเทศไทยเลยก็ได้ เพราะนี้คือโรค โรคมันไม่ทำให้แผ่นดินไทยติดไข้หวัดได้ แต่มันทำให้ประชาชนติดได้ เพราะงั้นประชาชนต้องรักตัวเองรู้จักการป้องกัน โรคนี้ไม่ได้ร้ายแรงนักถ้าคุณรู้ตัวและป้องกันอย่างทันท่วงที

edit @ 28 Jul 2009 09:54:58 by AnimaRanger

กล้องหลาย .. ล้านพิคเซล

posted on 27 Jul 2009 19:56 by animaranger

กล้องหลาย .. ล้านพิคเซลถ้าผู้อ่านได้ติดตามข่าวสารมือถือบ่อยๆ จะเห็นว่า เหล่าค่ายมือถือได้พัฒนากล้องติดมือถือลํ้าสมัยขึ้นเรื่อยๆ จาก 3.2MP ขึ้นมา 5MP ... เเละล่าสุดคือ 12 ล้านพิคเซล !! จะว่าไปก็จะเท่ากับกล้องคอมเเพคราคาราวๆ 7-8 พันบาทเข้าไปทุกทีเเล้วล่ะ เเถมลูกเล่นกล้อง เเทบไม่ต่างจากกล้องจริงเช่นเดียวกัน อย่าง Image Stabilizer, Face Detection, Smile Shot. ฯลฯ ซึ่งหลายๆ อย่าง ก็อํานวยความสะดวกให้กับผู้ใช้เป็นอย่างดีอย่างไรก็ตาม กล้องติดมือถือ ฤาจะสู้กล้องของจริงขนานเเท้ได้ (ชนะเเค่เพียงความสะดวกสบาย) เเม้ว่าจํานวนพิคเซลจะเท่ากัน เเต่ด้วยข้อจํากัดในด้านฮาร์ดเเวร์ ทําให้กล้องในมือถือ ต้องตัดโน่นตัดนี่ออกไปพอสมควร ทําให้คุณภาพรูป หรือการใช้งานยังไม่ดีเท่าควร ยอมรับว่าตอนนี้กล้องติดมือถือ (โดยเฉพาะเจ้า Pixon12 ข้องซัมซุง) ใกล้เคียงกับกล้องจริงๆ มาก เเต่ก็ต้องดูกันต่อละครับ ว่าคุณภาพจะดีหรือไม่ อย่างไรส่วนความจําเป็นในการใช้งาน ถ้า User ใช้งานเเค่ถ่ายรูปกลางเเจ้ง ถ่ายรูปทํางาน จิปาถะทั่วไป ใช้เเค่ 5 ล้านพิคเซลก็เพียงพอละครับ เพราะการอัดรูปขนาด 4x6 จะเเสดงผลสูงสุดเเค่ 5MP เท่านั้น เเต่ถ้าต้องการอัดรูปขนาดใหญ่กว่านั้น ก็อาจจะใช้เพียง 8MP ก็เพียงพอ เเละคําถามที่ถามว่า ยิ่งจํานวนพิคเซลเยอะๆ จะช่วยให้ภาพชัดขึ้นหรือไม่ ? คําตอบก็คือ ช่วยได้ส่วนนึงครับ เเต่ยังมีองค์ประกอบหลายๆ ด้านที่จะทําให้รูปออกมาดี อย่าง ฮาร์ดเเวร์, ซอฟเเวร์กล้อง, สภาวะที่เราถ่ายภาพตอนนั้น รวมถึงผู้ใช้งานเองด้วย เท่านี้ก็น่าจะหายสงสัยไปได้บ้างเเล้วล่ะ

edit @ 28 Jul 2009 09:54:36 by AnimaRanger

เข้าห้องน้ำผิด

posted on 25 Jul 2009 20:25 by animaranger
วันนี้เป็นวันที่ไม่ดีเลยสำหรับผม ระหว่างที่นั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ศูนย์สนเทศนั้น เจ้ากรรมนายเวรจากร้านหมูกระทะเมื่อคืนก็ตามมาทำพิษจนได้ จนผมต้องรีบเดิน+วิ่งไปห้องน้ำ เพื่อที่จะทำการคลอดลูก แต่ระหว่างการทำคลอดนั้น ผมก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคุยในห้องน้ำ คิดในใจว่าผีหลอกหรือป่าว และก็มีคนเข้าห้องน้ำที่อยู่ติดกับผม ผมจึงค่อย ๆ ก้มหน้าลงไปดูก็พบ !! รองเท้าของผู้หญิง -*-+ อ้าวเข้าห้องน้ำผิดนี่หว่า จะทำไงดี และมีคนมายืนรอเค้าเต็มไปหมดเลย ผมจึงเข้า ๆ ก้มลงไปมองที่พื้นเป็นระยะ ๆ ว่าเมื่อไรคนจะออกไปหมดสักที ผ่านไปครึ่งชั่วโมงคนก็ยังเข้าห้องน้ำกันไม่หยุด เอ้ย จะเข้าอะไรกันหนาว่ะเนี้ย (คิดในใจ) จนผมทนไม่ไหวจนเปิดประตูออกไปแล้วก็พบกับผู้หญิงวัยทอง 2-3 คนยืนคุยกันอยู่ เมื่อเห็นผมออกมาจากห้องน้ำทั้ง 3 คนร้องกรี้ดดังมาก ๆ ขอบอก ผมเลยรีบวิ่งออกจากห้องน้ำ แล้วไปยืนหลบในชั้นหนังสือ แล้วจึงแอบขึ้นลิฟป์หนีไป